ฟุตบอลยูโร

ฟุตบอลยูโร Euro 2020 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ไปดูกัน !

ฟุตบอลยูโร Euro 2020

ฟุตบอลยูโร คือ การแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญที่สุดของทีมชาติในทวีปยุโรป ซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปีโดย สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ทัวร์นาเมนต์ยูโร ถือเป็นการแข่งขันรายการฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ รองลงมาจาก ฟุตบอลโลก เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่มีความสำคัญต่อทั้งตัวนักเตะ หรือ แฟนบอลทั่วโลกเลยก็ว่าได้ แต่ Euro ในรอบนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากปีอื่น ๆ เนื่องจากสถานะการณ์ Covid-19 มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง มารับชมไปพร้อม ๆ กันได้เลย 

ส่วนสำหรับใครที่ชอบการแทง เว็บหวย สามารถอ่านวิธีการเล่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บ LSM99supreme ได้เลย

Covid-19 กับ ฟุตบอลยูโร มหากาพย์ ทัวร์นาเมนต์สุดยิ่งใหญ่

แฟนบอลที่ตั้งตารอคอย ฟุตบอลยูโรครั้งนี้ น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยูโร ในรอบนี้ มี Concept การแข่งขันที่แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะในครั้งนี้ ฟุตบอลEuro จัดภายใต้แนวคิดฉลอง 60 ปีแห่งลูกหนังยุโรป เป็นครั้งแรกของฟุตบอลยูโร ที่ไม่ได้มีประเทศเจ้าภาพแห่งเดียวเป็นผู้จัด แต่ใช้กระจายแข่งในหลาย ๆ ประเทศในทั่วยุโรป แต่เนื่องจากผลกระทบหลายอย่างรวมถึงเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ระบาด สุดท้ายแล้วจึงเหลือสนามแข่งที่ 11 สนาม ใน 11 ประเทศ

เวลาผ่านมาจนถึงกลางปี 2021 สถานการณ์ Covid-19 ในทวีปยุโรป เริ่มคลี่คลายแล้ว บางประเทศเริ่มเปิดให้แฟนบอล เข้ามารับชมเกมในสนามได้แล้ว แต่ยังมีมาตรการอยู่เช่น จำกัดจำนวนคนเข้าชม เว้นระยะห่างในการรับชม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคระบาด  Covid-19 ส่งผลกระทบต่อมหกรรมลูกหนังทวีปยุโรป ที่ทุกคนรอคอยเป็นอย่างมาก

ก่อนที่การแข่งจะเริ่มขึ้นลองมาดูกันว่า Euro 2020 ซึ่งแข่งปี 2021 มีอะไรแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาบ้าง

1.การเดินทาง ในการรับชม Euro 2020 

เมื่อ ฟุตบอลEuro แข่งกันทั้งหมด 11 ประเทศ แต่ละทีมต้องเดินทางกันบ่อยกว่าเดิม มาที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันยูโร (ยูโรที่ผ่านมามีเจ้าภาพมากสุด คือ แค่เจ้าภาพร่วม 2 ประเทศ) แรกเริ่มมีแข่งทั้งหมด 12 ประเทศ แต่จากสถานการณ์โรคระบาด จึงทำให้ปรับลดเหลือ 11 ประเทศ และในสนามยังคงมีมาตรการณ์ต่าง ๆ ควบคุมอยู่เช่นเดิม

ไม่เพียงแค่นักเตะที่ต้องเดินทาง แฟนบอลเองในแต่ละประเทศก็ต้องเดินทางเช่นเดียวกันด้วย จากการประเมิน การเดินทางอันยากลำบากและมาตรการณ์ต่าง ๆ ในช่วงเกิดโรคระบาด จะส่งผลโดยตรงต่อจำนวนแฟนบอล และกระทบไปถึงบรรยากาศการสนามแข่งด้วย

รายงานข่าวจากสำนักข่าวระดับโลกอย่าง BBC ได้มีการคำนวณว่า แฟนบอลที่ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากที่สุด คือ แฟนบอลประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถ้าหากสวิส เข้าไปถึงรอบชิงแชมป์ แฟนบอลสวิสต้องเดินทางถึง 21,656 กิโลเมตรเลยทีเดียว

มองให้เห็นภาพง่าย ๆ เทียบเท่ากับการเดินทางจาก ใต้สุดของประเทศไทย ขึ้นไปสูงสุดของประเทศไทย จำนวน 11 รอบเลยทีเดียว นอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่าย หากมองถึงในด้านแงสิ่งแวดล้อมอาจทำให้นักอนุรักษ์สายต่าง ๆ ไม่พอใจก็เป็นได้

2.การปรับกฎใหม่เพื่อใน Euro ครั้งนี้

ยูฟ่า (UEFA) ปรับแต่งกฎระเบียบ ในการแข่งครั้งนี้หลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องจำนวนผู้เล่นที่ให้ส่งชื่อได้ทั้งหมด 26 คนจากเดิม 23 คน เพื่อลดความเสี่ยงของแต่ละทีมหากเกิดเหตุฉุกเฉินใด ๆ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียผู้เล่นไป

เมื่อการแข่งจริงเริ่ม แต่ละทีมมีผู้เล่นอยู่ในม้านั่งตัวสำรองห้ามเกิน 18 คน ประกอบไปด้วยผู้เล่น 12 คน และทีมงาน 6 คน  แต่ละทีมจะมีที่นั่งอีก 5 ที่สำหรับฝ่ายเทคนิคประจำทีม ยูฟ่ายังมีกำหนดเรื่อง social distancing เว้นระยะห่างระหว่างที่นั่ง 

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง คือ แม้จะแข่งในประเทศตัวเอง ผู้เล่นยังต้องพก พาสปอร์ต หรือบัตรประจำตัว ไว้สำหรับตรวจเช็กได้เสมอ หากไม่มีหลักฐานติดตัว เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ลงแข่ง

3.การเงินและเงินรางวัล ฟุตบอลยูโร

วิกฤต Covid-19 ทำให้ทีมฟุตบอลมีปัญหาการเงิน ขณะที่การเลื่อนแข่งยูโร 2020  ส่งผลชัดเจนต่อ UEFA เนื่องจากเรื่องค่าลิขสิทธิ์และการจำหน่ายตั๋ว ฟุตบอลยูโร มีตั๋วแพ็กราคาสูง ในบางเมืองยังเหลือจำนวนมาก ทั้งที่จะเริ่มเกมแรกในอีกไม่กี่วัน

เท่านั้นไม่พอ ยังทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก และยังทำให้รายได้ของสมาคมฟุตบอลหายไปหลายร้อยล้านยูโร เมื่อยูโรที่รอคอยมาถึง พวกเขาอาจมีแรงจูงใจมากขึ้น หากไปดูเรื่องเงินรางวัล เงินรางวัลของศึกยูโร 2020 รวมแล้วทั้งหมดประมาณ 456 ล้านยูโร

สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบมาได้เงินรางวัลกันไปก่อน ทีมละ 9.25 ล้านยูโร เกมในรอบแบ่งกลุ่มมีเงินรางวัลตามผลงาน นัดที่เก็บชัยได้เงินรางวัลเกมละ 1.5 ล้านยูโร เสมออยู่ที่เกมละ 750,000 ยูโร

เมื่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย จะได้เงินรางวัลอีกทีมละ 2 ล้านยูโร รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมละ 3.25 ล้านยูโร รอบ 4 ทีมสุดท้าย ทีมละ 5 ล้านยูโร ทีมรองชนะเลิศได้เงินกลับบ้านอีก 7 ล้านยูโร และทีมชนะเลิศได้เงินรางวัล 10 ล้านยูโร

สรุปแล้ว ทีมแชมป์ยูโร 2020 ได้เงินรางวัลรวมมากที่สุด ได้ถึงประมาณ 34 ล้านยูโร มากกว่าสถิติยูโรครั้งก่อนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

Euro ในปีนี้ ปีแห่งประวัติศาสตร์ของลูกหนังยูโร

ประวัติศาสตร์อาจจะต้อง จารึกยูโร 2020 ในฐานะการแข่งครั้งที่มีบรรยากาศและสภาพโดยทั่วไปแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แบบสิ้นเชิงไม่เหลือเค้าโครงเดิมของการแข่งขันฟุตบอล  แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม

สิ่งนึงที่จะยังคงโดดเด่นอยู่ คือ มนต์เสน่ห์ของกีฬาอันตื่นเต้นเร้าใจครบถ้วนทุกรสชาติ โต๊ะบอลออนไลน์ ขอแนะนำว่า ถ้ามีโอกาสและเป็นไปได้ก็ไม่ควรพลาดการติดตามมหกรรมนี้ เชื่อเหลือว่ายูโร 2020 จะต้องมีอะไรที่ติดตาคอบอล ที่เรียกได้ว่า หากฉายนี้ขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนคงจะจำได้ว่า นี่คือฟุตบอลยูโร 2020 อย่างแน่นอน